เรียนรู้วิธีเอาตัวรอด ขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรให้รถไม่พัง

ซื้อประกันรถยนต์

ภาพน้ำท่วมขังบนถนนหนทางต่าง ๆ ในประเทศไทย คงเป็นภาพคุ้นตาที่เห็นกันอยู่เป็นประจำ ฝนที่ตกหนักทั้งที่มาถูกฤดูและหลงฤดู ล้วนสร้างปัญหาน้ำท่วมขังจากสาเหตุท่อระบายน้ำที่ไม่สามารถทำหน้าที่ระบายน้ำได้อย่างทันท่วงที จึงทำให้หลาย ๆ เส้นทางเกิดน้ำท่วมขังในระดับที่สูง นำพามาซึ่งปัญหาในการใช้รถใช้ถนน จนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เจ้าของรถเลือกที่จะซื้อประกันรถยนต์ เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินและความปลอดภัยของรถตัวเอง

วันนี้เราจึงมีวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขัน อย่างการขับรถลุยน้ำที่ท่วมสูง ต้องทำอย่างไรรถจึงจะสามารถฝ่าน้ำท่วมไปได้อย่างปลอดภัย เครื่องไม่ดับไม่พังจนถึงฝั่ง เรื่องง่าย ๆ ที่เจ้าของรถทุกคนต้องศึกษาและเรียนรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้รถคันโปรดของคุณพังก่อนวัยอันควร  

1.ปิดเครื่องปรับอากาศภายในรถ

มองเห็นอยู่ลิบ ๆ ว่าถนนข้างหน้าที่กำลังจะไปมีน้ำท่วมขังในระดับที่สูงจนน่าเป็นห่วง สิ่งแรกที่คุณควรทำรอไว้เลยคือการปิดเครื่องปรับอากาศของรถก่อนเข้าสู่บริเวณที่เกิดน้ำท่วม แล้วทำการเปิดกระจกรถเพื่อรับลมเย็นเข้ามาแทน เพราะหากคุณไม่ปิด พัดลมแอร์จะหมุนพัดเอาน้ำที่ท่วมขังเข้ามาสู่ห้องเครื่อง กลายเป็นปัญหาใหญ่โตลุกลาม เครื่องดับและพังในที่สุด

2.ใช้เกียร์ต่ำหรือขับช้า ๆ ในการลุย

เมื่อกำลังจะเข้าสู่ช่วงที่น้ำท่วมสูง อีกสิ่งหนึ่งที่ควรจะต้องมีเลยคือสติ ใจร่ม ๆ ก่อนค่อยพาตัวเองเข้าสู่เรดโซน พื้นที่อันตรายที่รถพร้อมจะดับและพังลงได้ทุกเมื่อ คุณจำเป็นต้องลดเกียร์ลงมาเป็นเกียร์ต่ำ ในกรณีที่ใช้รถในระบบเกียร์ธรรมดา แต่หากเป็นรถเกียร์ออโต้ที่ปรับระดับเกียร์ไม่ได้ ให้ขับฝ่าน้ำแบบช้า ๆ ปล่อยรถไหลแบบไม่เหยียบคันเร่งเร็วนัก และที่สำคัญต้องรักษาความเร็วให้คงที่ จนกว่าจะผ่านบริเวณน้ำท่วมนี้ไปได้ เพราะหากคุณใจร้อนเร่งเครื่องรอบสูง หรือขับฝ่าด้วยความเร็ว คงไม่แคล้วรถดับระหว่างทางอย่างแน่นอน

3.ตรึกตรองก่อนฝ่าดูสถานการณ์น้ำก่อนตัดสินใจ

ไม่ไหวอย่าฝืน หากดูสถานการณ์น้ำที่ท่วมขังแล้วมีระดับที่สูงเกินไป สุ่มเสี่ยงที่รถจะดับเอาได้ในระหว่างทาง แนะนำให้หาที่จอดรอจนกว่าน้ำจะถูกระบายและลดลงในระดับที่เหมาะสม ซึ่งระดับที่เหมาะสมของรถแต่ละประเภท ประมาณการได้ดังนี้

– รถเก๋ง สามารถลุยน้ำได้ในระดับความสูงที่ไม่เกิน 25 เซนติเมตร

– รถกระบะ (ทั่วไป) สามารถลุยน้ำได้ในระดับความสูงที่ไม่เกิน 40 เซนติเมตร

– รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD สามารถลุยน้ำได้ในระดับความสูงที่ไม่เกิน 50 เซนติเมตร

4.รักษาและลดความเร็ว

ข้อควรระวังในการขับรถฝ่าน้ำท่วมถึงแม้จะซื้อประกันรถยนต์มาแล้วก็ตาม คือ คุณต้องรักษาระดับความเร็วให้รอบเครื่องอยู่ที่ 1,500 – 2,000 รอบ หากต่ำหรือสูงกว่านี้จะทำให้น้ำเข้ารถและดับตัวลงได้ และเมื่อมีรถขับสวนจนเกิดคลื่น ที่จะเพิ่มความสูงของระดับน้ำที่ท่วมขัง คุณต้องลดความเร็วลงในทันที เพื่อไม่ให้รถปะทะกับคลื่นน้ำแรงเกินไปจนน้ำเข้าไปยังห้องเครื่องยนต์ได้

หากคุณทำตามวิธีที่กล่าวมา มั่นใจได้เลยว่าคุณจะพารถฝ่าน้ำท่วมออกไปได้อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน แต่หากรถเกิดดับระหว่างทาง สิ่งที่ต้องย้ำเตือนและห้ามทำโดยเด็ดขาด คือ การสตาร์ทรถใหม่อีกครั้งในทันที เพราะจะทำให้น้ำเข้าสู่ระบบเครื่องยนต์จนทำให้รถพังได้ในที่สุด วิธีแก้ที่ดีที่สุด คือ ยอมเปียกและลงไปเข็นรถให้ย้ายไปยังบริเวณที่ระดับน้ำไม่สูงมากนัก จากนั้นตามช่างผู้มีความเชี่ยวชาญมาช่วยดูรถต่อไป และขอเน้นย้ำว่าหากคุณเจอน้ำท่วมทาง ต่อให้คุณซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้ก็ตาม ทางออกที่ดีที่สุดคือ การเลี่ยงขับรถลุยเข้าไปในน้ำท่วมนั้น เพราะเหตุการณ์แบบนี้บริษัทประกันมักจะไม่คุ้มครอง เพราะถือว่าผู้ขับขี่ตั้งใจขับเข้าไปในพื้นที่เอง ดังนั้นไม่ฝ่าเข้าไปจะดีที่สุด

Categories: Lifestyle