การบำรุงดูแลรักษาตู้เย็น 2 ประตู ทำแบบนี้รับรองใช้ได้นานเป็น 10 ปี

ตู้เย็น 2 ประตู

                คุณเคยพบเจอปัญหาของตู้เย็น 2 ประตูแบบนี้บ้างหรือเปล่า? ใช้ ๆ ไปตู้เย็นดันไม่เย็นซะงั้น ทำน้ำแข็งตั้งนานทำไมยังได้น้ำเหลว ช่วงที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านจนแทบไม่ได้อยู่บ้าน ทำไมค่าไฟฟ้าจึงเพิ่มขึ้น สัญญาณเหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่าตู้เย็นก็ต้องการการดูแล อย่ารอให้เกิดปัญหาซ้ำสอง หรืออย่ารอให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยสนใจ เพียงแค่เราใส่ใจตั้งแต่วันนี้ ว่าการบำรุงรักษาที่ถูกต้องนั้นทำได้อย่างไรบ้าง

ตรวจตราสภาพภายนอกให้ละเอียด ต้องเป็นระเบียบและปลอดภัย

                สภาพภายนอกของตู้เย็น 2 ประตูเป็นสิ่งที่ดูได้ง่ายที่สุด เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติหรือสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น จึงควรแก้ไขทันที

  • เต้ารับที่เสียบปลั๊กอยู่เหมาะสม มีความปลอดภัยหรือไม่ โดยเฉพาะการย้ายตำแหน่งที่ตั้งใหม่ เนื่องจากตู้เย็นเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างมากและทำงานหนักตลอดเวลา ต้องเสียบปลั๊กไว้ตลอด ดังนั้นจึงไม่ควรติดตั้งตู้เย็นโดยใช้เต้ารับรวมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ ที่ทำงานหนักเช่นกัน รวมถึงเต้ารับที่ติดตั้งต้องมีความคงทน แข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากไฟรั่วหรือไฟฟ้าลัดวงจร เท่านี้ตู้เย็นก็จะทำงานได้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
  • ขอบยางของตู้เย็นยังดีอยู่หรือเปล่า การที่ขอบยางเสื่อมสภาพ หรือมีสิ่งสกปรกไปเกาะติด ย่อมนำมาสู่ปัญหาได้ หากประตูตู้ปิดได้ไม่สนิทเนื่องจากขอบยางหลุด จะทำให้ความเย็นรั่วไหลออกมา และความชื้นจากภายนอกไหลกลับเข้าไปในตู้ ส่งผลให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อปรับอุณหภูมิความเย็นและความชื้นให้กลับเข้าสู่ระดับปกติ สามารถทดสอบได้ด้วยการลองสอดกระดาษแผ่นเล็ก ๆ เข้าไป หากปิดตู้เย็นแล้วยังสามารถเลื่อนกระดาษขึ้นลงได้ คงถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนขอบยางแล้ว อีกทั้งการที่ไม่เคยเช็ดทำความสะอาดพวกคราบดำ ๆ ที่ติดขอบยางเลย จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรค ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ และเป็นอันตรายต่อร่างกายได้อีกด้วย
  • ฝุ่นเกาะจนหนาทึบ ควรทำความสะอาดเสียหน่อย นอกจากบนหลังตู้เย็นที่ต้องคอยสังเกตดูดฝุ่นอยู่เสมอ ควรจะลองดูแผงระบายความร้อนหรือ Condenser Coils ที่อยู่ด้านหลังตู้เย็นด้วย หากมีฝุ่นจับหนา ก็จะทำให้ตู้เย็นระบายความร้อนได้ไม่ดี จึงต้องทำงานหนักขึ้น แต่ทั้งนี้การทำความสะอาดตู้เย็นที่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า อย่าลืมถอดปลั๊กออกก่อนเพื่อความปลอดภัยต่อตัวของคุณเอง

ดูแลสภาพภายในให้สะอาด พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

                เมื่อดูแลด้านนอกดีแล้ว ลองเปิดประตูตู้เย็นทั้งสองบานมาดูด้านในกันบ้าง นอกจากใช้สายตาสำรวจทุกซอกทุกมุมแล้ว ยังต้องใช้จมูกรับกลิ่นว่ามีกลิ่นอับ หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ใด ๆ หรือไม่ ทั้งนี้ก่อนจะทำความสะอาดภายใน ขอย้ำอีกครั้ง อย่าลืมถอดปลั๊กตู้เย็นออกเสียก่อน

  • มีน้ำแข็งเกาะในช่องแช่แข็งแล้วหรือหรือไม่ แม้ตู้เย็น 2 ประตูจะเป็นช่องแช่แข็งแยกจากช่องแช่เย็น และรุ่นใหม่ ๆ ก็มักจะมีระบบ No Frost ที่ไม่ทำให้เกิดน้ำแข็งเกาะ แต่อย่างไรก็ตาม หากมีการเสื่อมสภาพและมีน้ำแข็งเกาะ ก็ควรละลายน้ำแข็งทันที ทั้งนี้ระหว่างรอน้ำแข็งละลาย ห้ามใช้ของแข็งหรือของมีคมไปงัดแงะก้อนน้ำแข็งออกมาอย่างเด็ดขาด
  • อาหารมีการจัดเก็บอย่างเหมาะสมหรือไม่ เวลาแช่อาหารเข้าตู้เย็น ไม่ใช่แค่การนำภาชนะวางบนชั้นแล้วจบ ต้องดูด้วยว่าปริมาณอาหารในตู้เย็นตอนนี้เยอะเกินไปหรือเปล่า อาหารที่เป็นน้ำปิดภาชนะเรียบร้อยไหม หรืออาหารที่มีความชื้นสูง ก็ควรหาอะไรคลุม หรือเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิท ก่อนที่จะนำไปแช่ในตู้เย็น เพราะการที่สิ่งของเริ่มแช่จนแน่นมากเกินไป หรือการที่อาหารที่มีน้ำมาก แล้วแช่โดยเปิดโล่ง ไม่มีอะไรปิด จะส่งผลต่อการทำความเย็นและความชื้นของตู้เย็น นอกจากตู้เย็นจะทำงานหนักแล้ว ยังลดอายุการใช้งานของตู้เย็นลงอีกด้วย
  • หากสภาพภายในสกปรกมาก ควรล้างตู้เย็นทันที การทำความสะอาดตู้เย็นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำผสมสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาล้างจาน หรืออาจจะใช้น้ำส้มสายชูก็ได้ เช็ดทำความสะอาดภายในตามชั้นวางแต่ละชั้น และขอบยางที่ประตูตู้เย็น เท่านี้ก็เป็นการขจัดคราบต่าง สิ่งสกปรกเชื้อโรคในตู้เย็น และดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ในครั้งเดียว

การเลือกซื้อตู้เย็น 2 ประตูนั้นใช้เวลานานแล้ว การบำรุงดูแลรักษาก็ใช้เวลาไม่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกป้องกันไว้ย่อมดีกว่าแก้ และให้ผลที่ดีกว่าเสมอในแง่ของช่วยยืดอายุการใช้งาน ทั้งยังประหยัดเงิน ประหยัดเวลาในการแก้ไข รวมถึงไม่ทำให้คุณเสียอารมณ์เวลาที่เกิดปัญหา โดยเฉพาะหากเวลาว่างทั้งหมดที่มีต้องนำมานั่งซ่อมตู้เย็น